เคยมีใครบอกคุณหรือเปล่า?? ว่าอย่ามาเอานิยายอะไรกับคนเขียนนิยายที่กำลังป่วยไข้.. เพราะเขาอาจโกหกคุณได้สนิทใจ ถึงการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งล่าสุดมา ทั้งๆ ที่กำลังนอนอมปรอทอยู่บนเตียง แล้วเมื่อผลออกมาว่าเขามีไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศา เขาก็จะพิมพ์ข้อความจากบีบีไปบนหน้า FB ของเขาว่า อากาศบนดวงจันทร์นั้นมันทำให้เขารู้สึกร้อนจนแทบเป็นบ้า เขาคิดถึงอากาศโปร่งๆ บางเบาบนบนผืนโลก โลกที่มีพระจันทร์ดวงกลมโตให้แหงนมอง มีท้องฟ้าสีดำสนิทที่โปรยปรายไปด้วยดวงดาวพราวระยับ แล้วพอเขียนมาถึงตอนนี้ เขาก็จะบอกคุณว่าเขาเหงา ความโดดเดี่ยวบนดวงจันทร์มันทำให้เขาคิดถึงบ้าน ทั้งๆ ที่เขาก็กำลังนอนอยู่บนเตียงในบ้านของเขาเองนั่นแหละ..
แล้วคุณก็จะหยุดหายใจนิดนึง ด้วยความรู้สึกมวนๆ ในท้องอย่างประหลาด คุณถูกดึงเข้าไปอยู่ในความเหงาที่อยู่ในจินตนาการของเขา ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาด 13 x 8 นิ้วของคุณ โลกที่กำลังอยู่รอบตัวคุณหายไป มีเพียงแต่คุณกับนักเขียนนิยายขี้เหงาของคุณ
ในตอนนี้.. คุณเริ่มรู้สึกสงสารเขาขึ้นมานิดหน่อย อาจเป็นเพราะคุณไม่เคยไปดวงจันทร์ เลยไม่รู้ว่ามันหดหู่ขนาดนั้นจริงหรือเปล่า แต่ฟังจากที่เขาเล่ามันก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกัน และนัั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณบน Facebook.. โลกที่คุณไม่อาจมองเห็น แต่ดูประหนึ่งว่ามีอยู่จริง
จากนั้นในบางวัน เขาอาจจะพร่ำบ่นถึงประการังสีอำพันที่เขาเก็บได้ตอนไปพักร้อนที่เกาะทางตอนใต้ของดวงดาวสีชมพูแห่งหนึ่ง เขาบอกคุณว่า.. เขาอยากจะเก็บมันมาฝากคุณใจจะขาด แต่ว่าเขาก็อยากเก็บมันไว้ให้คนอื่นดูด้วยเหมือนกัน เพียงเท่านี้.. คุณก็รู้สึกราวกับว่าประการังสีอำพันนั่นมาปรากฏอยู่ตรงหน้าคุณได้จริงๆ คุณรู้สึกว่า.. เขาช่างเป็นคนละเอียดอ่อนเสียนี่กระไร
แล้วต่อจากนั้น คุณเริ่มคิดถึงเขาบ่อยๆ แอบอมยิ้มทุกครั้งที่เห็นเขาโพสท์ข้อความอุ่นๆ ที่ทำให้หัวใจคุณพองโต สำหรับคุณ เขาเป็นเหมือน sanctuary ที่คุณหลบมาพักผ่อนในเวลาที่เหนื่อยล้ามาจากโลกแห่งความเป็นจริง โลกแห่งการทำงานที่วนเวียนอยู่ในกิจวัตรเดิมๆ ที่ดูจะซ้ำไปวนมาอยู่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โลกของคุณไม่มีทุ่งหญ้า ไม่มีท้องฟ้า หรือถ้ามี คุณก็ไม่เคยเห็นว่ามันจะเป็นสีฟ้าสดอย่างของเขา และแน่นอนมันไม่เมฆรูปแกะสามขา รูปไดโนเสาร์ตัวอ้วนกลมเหมือนขนมปุยฝ้าย แบบที่เขาโพสท์ไว้ในวันที่คุณกำลังต่อคิวซื้อก๋วยเตี๋ยวอยู่ในโรงอาหารที่ร้อนระอุและคราคร่ำไปด้วยผู้คน คุณเหลือบดูข้อความใน FB ของเขาจากมือถือแล้วนึกถึงขนมปุยฝ้ายที่มีแม่ค้ามาเร่ขายอยู่หน้าออฟฟิศ จู่ๆ คุณก็นึกอยากจะกินขนมขึ้นมาเสียอย่างนั้น
คุณกลับมาทำงานในช่วงบ่าย พลางลอบมองดูขนมปุยฝ้ายใต้โต๊ะที่ซื้อมาแล้วอมยิ้ม นึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเงียบไปพักใหญ่ หลายชั่วโมงผ่านไปแล้วทำไมยังไม่มาอัพเดท FB อีกนะ ประเดี๋ยวพอเคลียร์งานเสร็จคุณว่าจะโพสท์เพลงเพราะๆ ให้เขาที่หน้า wall สักหน่อย คุณทำงานไปพลางนั่งคิดเพลงไป เพลงไหนดีนะที่จะเหมาะกับคนอุ่นๆ อย่างเขา
ตกเย็น.. หลังจากที่ลังเลอยู่พักใหญ่ คุณตัดสินใจเลือกเพลง “ไม่รักแต่คิดถึง” ให้เขา ตอนแรกคุณว่าจะโพสท์เพลง “Adagio” ของ Secret Garden ให้กับเขา เพราะอยากให้เขาเห็นว่าคุณเองก็พอจะมีรสนิยมในการฟังที่เข้าทีอยู่เหมือนกัน แต่คุณก็เปลี่ยนใจ เพราะเพลงที่เลือกใหม่นี่น่าจะตรงกับความรู้สึกของคุณตอนนี้มากกว่า พอตัดสินใจได้ คุณก็กด share เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้านอน จากนั้นก็ผลอยหลับไปในขณะที่กำลังนอนคิดถึงดวงดาวสีชมพู
เช้าวันนี้เขาบ่นว่าอาหารไม่อร่อย คุณเลยพลอยทานอะไรไม่ค่อยจะลงไปด้วย ก็ไม่ได้จะเวอร์หรืออะไรหรอกนะ มันบังเอิญรู้สึกเหมือนกันพอดี เอ.. แบบนี้เรียกว่า “ความผูกพัน” หรือเปล่านะ คุณสงสัย แต่มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร ในเมื่อคุณยังไม่เคยเจอหน้าเขาเลยสักครั้งนินา คุณรู้แต่ว่าเขามีดวงตาคมซึ้งและผมสีดำขลับ ใบหน้าเรียวยาวได้รูปของเขารับกันดีกับต่างหูสีดำรูปนกฟีนิกซ์ที่เขาชอบใส่ เท่าที่คุณรู้.. เขาเดินทางบ่อยและโดดเดี่ยว โดดเดี่ยว.. จนบางทีคุณก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้ามันโดดเดี่ยวนักแล้วทำไมเขาถึงต้องเดินทางบ่อยด้วยนะ? แต่พอมาคิดอีกที คุณเองถึงจะไม่เคยได้เดินทางไปไหน แต่ก็โดดเดี่ยวได้ไม่น้อยไปกว่าเขา ในแต่ละวันคุณใช้ชีวิตอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมสีเทาๆ พูดคุยอยู่แต่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่เต็มไปด้วยเพื่อนฝูงมากมายใน Facebook และ MSN พวกเราสามารถคุยกันได้ในทุกๆ ที่ และทุกๆ วัน แต่ไม่รู้ทำไม ลึกๆ ในหัวใจคุณแอบรู้สึกเหมือนคนเขียนนิยายคนนั้น รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินทางอย่างเดียวดายไปยังสุดขอบจักรวาล ไม่รู้สินะ บางทีการใช้ชีวิตผ่านคืนวันอันว่างเปล่าและไร้แก่นสารแบบนี้ มันคงเป็นการเดินทางแบบหนึ่งเหมือนกัน มันอาจจะเป็นอย่างนั้นล่ะกระมัง
สองชั่วโมงผ่านไป ความคิดของคุณก็ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องความโดดเดี่ยว ความไร้แก่นสาร การเดินทาง และความหมายของชีวิต มันช่างเป็นเรื่องที่ครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่ตกเสียที แต่ถึงจะคิดออก มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อวันอื่นๆ ของคุณก็ไม่ได้ต่างไปจากวันนี้ ไม่ว่าคุณจะคิดออกหรือไม่ ได้เลื่อนขั้น ขึ้นเงินเดือน เปลี่ยนรถคันใหม่ ชีวิตภายนอกเปลี่ยนแปลง แต่ชีวิตภายในของคุณไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นสินะ ทำไม? พอคิดมาถึงตอนนี้ คุณก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ คุณอยากถามใครสักคนหนึ่งเหลือเกินว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นต้องใช้ความกล้าหาญชนิดไหน และถ้าชีวิตที่ฝันไว้มันช่างแตกต่างกับความเป็นจริง คุณควรจะเปลี่ยนชีวิตให้เป็นเหมือนที่ฝันหรือเปลี่ยนความฝันให้มันอยู่บนความจริงได้โดยไม่ต้องอึดอัดดี? บางทีนะบางทีเขาอาจจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ และบางทีนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเดินทางอย่างเดียวดาย ใช่.. มันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะ คุณไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่รู้สึกคล้ายๆ ว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่คุณรู้สึกผูกพันกับเขา-นักเขียนนิยายขี้เหงาคนนั้น คนที่ทำให้คุณรู้สึกว่าการเดินทางและความโดดเดี่ยวเป็นเรื่องใกล้ตัวคุณเข้ามาทุกทีๆ หรือมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น ในอีกมุมนึง จริงๆ คุณอาจจะโดดเดี่ยวอยู่แล้ว เพียงแต่การได้อ่านข้อความของเขาทำให้ความรู้สึกที่คุณไม่เคยสังเกตุถึงดูจะเป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าเดิมก็เท่านั้นเอง นั่นสินะ บางทีมันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ คุณเองก็ไม่ได้รู้จักตัวเองดีพอที่จะตอบได้ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันแน่
แต่ที่แน่ๆ คุณรู้สึกอยากจะเจอเขาเหลือเกิน ในเวลาอย่างนี้ เวลาที่คุณรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก และเขาอาจจะเป็นคนๆ เดียวที่อาจจะเข้าใจถึงความรู้สึกที่มันทำให้คุณอึดอัดและตืบตื้นจนเหมือนจะหายใจไม่ออกนี้ คุณมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะถามเขา อยากจะรู้และได้ยินเหลือเกินว่า เขาจะคิดอย่างไรต่อเรื่องเหล่านั้น และที่สำคัญ คุณหวังว่าเขาจะมีคำตอบ สำหรับความสับสนสงสัยในหลายๆ อย่างที่คุณเฝ้าครุ่นคิดถึงมันอยู่เพียงลำพังมานานเนิ่น คำถามที่คุณตอบไม่ได้และไม่อาจถามใคร..
พอคิดมาถึงตอนนี้ คุณเริ่มรู้สึกสมเพศตัวเองขึ้นมาเล็กๆ ที่นอกจากจะไม่รู้จักตัวเอง เต็มไปด้วยคำถามและเรื่องราวที่ไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยมีใครที่รู้สึกว่าจะเข้าใจคุณหรือผูกพันกันมากพอที่จะพูดคุยในเรื่องของความไม่เข้าใจต่อเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตและจิตใจแล้ว คุณยังหวังว่าคนท่ีคุณไม่เคยรู้จักและไม่รู้จักคุณจะมีคำตอบให้กับชีวิตของคุณ มันช่างสับสนและไม่เป็นเหตุเป็นผลอะไรเช่นนี้ แต่คุณก็ยังคิดอย่างนั้น และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่เคยเปลี่ยนไปและไม่อาจเปลี่ยนแปลง และในตอนนี้คุณเริ่มรู้สึกตัวว่าคุณคิดมากๆ เกินไปอีกแล้ว ในความคำนึงสุดท้าย คุณปิด Facebook ลงแล้วบอกตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเดินทางไปสุดขอบจักรวาล
